ความเป็นมาของธุรกิจรับสร้างบ้าน
อย่างไรก็ดีเมื่อประมาณ 40 กว่าปีที่แล้ว ธุรกิจรับสร้างบ้านได้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศไทย โดย บริษัท ซีคอน จำกัด คือผู้ริเริ่มเป็นรายแรก เพื่อดำเนินธุรกิจรับสร้างบ้านจนเป็นที่รู้จักของผู้บริโภค ด้วยผู้บริหารและทีมงานวิชาชีพสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมอย่างเต็มระบบ และในเวลาต่อมาธุรกิจรับสร้างบ้านได้รับการยอมรับและเป็นที่สนใจ ของผู้ประกอบในวงการธุรกิจก่อสร้างมากขึ้น โดยมีผู้ประกอบการหน้าใหม่ ณ เวลานั้นเข้ามาสู่ธุรกิจรับสร้างบ้านอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด , บริษัท โรแยลเฮาส์ จำกัด , บริษัท โมเดิร์นกรุ๊ป จำกัด , บริษัทเมคเคอร์ แอนด์ เดคเคอร์ จำกัด , บริษัท แลนดี้ โฮม จำกัด บริษัท , ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป จำกัด ฯลฯ เป็นต้น จวบจนปัจจุบันบริษัทที่กล่าวมานี้ก็ยังคงดำเนินกิจการอยู่ในธุรกิจรับสร้าง บ้านและมีอายุกว่า 10 – 20 ปีมาแล้ว ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาเคยมีจำนวนผู้ประกอบการสูงสุด เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2537 ถึงกว่า 200 บริษัท จนธุรกิจรับสร้างบ้านเริ่มแพร่หลายเป็นที่นิยมของผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งที่ ต้องการสร้างบ้านที่ดีมีคุณภาพ แต่จากจำนวนผู้ประกอบการที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในเวลานั้น ก็พบว่ามีผู้ประกอบการที่ขาดคุณสมบัติ ของความเป็นบริษัทรับสร้างบ้านอย่างมืออาชีพจำนวนไม่น้อยเช่นกัน
แต่แล้วเมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นเมื่อปี 2540 ผู้ประกอบการที่มีอยู่ในธุรกิจรับสร้างบ้านต่างได้รับผลกระทบในครั้งนั้น อย่างรุนแรงเช่นธุรกิจอื่นๆ จนหลายบริษัทต้องเลิกกิจการและหายไปจากธุรกิจรับสร้างบ้านมากกว่า 100 ราย ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคกลุ่มหนึ่ง ที่จ่ายเงินสร้างบ้านไปแล้วไม่ได้บ้าน จะเหลืออยู่เพียงผู้ประกอบการที่มีความเป็นมืออาชีพและมีศักยภาพแข็งแกร่ง รวมทั้งผู้ประกอบการอีกกลุ่มหนึ่งที่ก้าวเข้ามาใหม่ในธุรกิจนี้ สามารถยืนหยัดอยู่ได้ประมาณ 30 กว่าบริษัทเท่านั้น อย่างไรก็ดีวิกฤติในครั้งนั้นส่วนหนึ่งก็ส่งผลดี สำหรับผู้ประกอบการที่ยังคงสามารถต่อสู้ยืนหยัดกับสภาพเศรษฐกิจอยู่ได้ และแปรมาเป็น "โอกาส" ในเวลาต่อมา ด้วยการสร้างชื่อเสียง สร้างความเชื่อมั่นขององค์กรและธุรกิจรับสร้างบ้าน จนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคและประชาชน ตลอดจนภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันการเงิน อุตสาหกรรมการผลิตวัสดุก่อสร้าง ผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ฯลฯ ดังจะเห็นได้ว่าธุรกิจรับสร้างบ้านนั้น มีความพิเศษและมีบทบาทสำคัญยิ่ง ต่อการผลิตและการจ้างงานในภาคธุรกิจก่อสร้าง ถึงแม้ว่าประเทศจะประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในยามนั้นก็ตาม
ปี 2545 – 2547 สภาพเศรษฐกิจโดยทั่วไปเริ่มฟื้นตัว รวมทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจรับสร้างบ้านก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และเริ่มมีผู้ประกอบการรับสร้างบ้านทั้งรายเดิมที่หายไปและรายใหม่ๆ กลับเข้าสู่ธุรกิจรับสร้างบ้านอีกครั้งกว่า 15 0 ราย ส่งผลให้การแข่งขันในธุรกิจรับสร้างบ้าน กลับมาคึกคักใหม่และการแข่งขันเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการการที่เข้ามาใหม่ๆ และกล่าวอ้างตังเองว่าเป็น “ บริษัทรับสร้างบ้าน ที่มีประสบการณ์มายาวนาน ” เข้ามาแข่งขันในธุรกิจนี้โดยไม่คำนึงถึงผู้ประกอบวิชาชีพด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งของบริษัทรับสร้างบ้าน รวมทั้งขาดจรรยาบรรณในการประกอบอาชีพ ดังตัวอย่างของผู้ที่อยู่ในธุรกิจนี้มาเก่าก่อน ส่งผลกระทบต่อและเกิดความเสียหายต่อภาพรวมของธุรกิจรับสร้างบ้าน
บทเรียนจากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และผลของผู้ประกอบการที่เข้ามาสู่ธุรกิจอย่างไม่บริสุทธิ์ใจในการประกอบ อาชีพนี้ ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้านชั้นนำไม่สามารถนิ่งเฉยอยู่ได้ หากว่าวันหนึ่งภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจนี้เกิดปัญหาขึ้นอีก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ผู้ประกอบการที่ยังขาดศักยภาพและไม่เข้มแข็งพอ ในการบริหารจัดการธุรกิจอาจจะต้องเลิกกิจการและหายไปอีก รวมทั้งภาพรวมของธุรกิจรับสร้างบ้านที่จะเกิดความเสียหาย และขาดความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคและประชาชน ทั้งนี้ก็จะกลับไปสู่วัฏฐจักรเดิมๆ ซึ่งทำให้ไม่สามารถที่จะพัฒนาศักยภาพตลาดรวมของธุรกิจรับสร้างบ้านให้เติบโต ได้อย่างมั่นคงดั่งเช่นที่ผ่านมาหลายสิบปี ดังนั้นกลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้าน จึงได้มีการรวมตัวและร่วมมือกันจัดตั้ง สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ( Home Builder Association ) ขึ้นมา เพื่อหาแนวทางและวางเป้าหมายในการพัฒนาธุรกิจรับสร้างบ้านร่วมกัน พร้อมหาพันธมิตรในการสร้างการเติบโตของภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านให้ขยายออกไปในวงกว้างหรือทั่วประเทศ
http://www.hba-th.org